บริการสู้โควิท

สืบเนื่องจากกรณีที่ทางเพจ สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพเกี่ยวกับเหตุการณ์ “ตม.สุราษฎร์ฯ วางแผนล่อซื้อค้าประเวณีผ่านไลน์ รวบทั้ง “คนจัดหา และสาวลาวขายบริการ” โดยทางเพจระบุข้อความทั้งหมดเอาไว้ว่า..

วันนี้ (26 พ.ค.2563) เวลา 10.30 น. ที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ พันธ์โกศล ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี แถลงการจับกุมหญิงต่างด้าวชาวลาวค้าประเวณี ผ่านทางแอปพลิเคชั่น Line กลุ่มลับเฉพาะ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.พีรวัส บุญลอย ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ พันธ์โกศล ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี นำโดย พ.ต.ท. ชาตรี ชูแก้ว รอง ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี, พ.ต.ท.ธีระวัฒน์ อำนาจเจริญยิ่ง สว.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยชุดสืบสวน ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ได้สืบทราบว่ามีหญิงต่างด้าวค้าประเวณีโดยการติดต่อผ่านทางแอปพลิเคชั่น Line กลุ่มลับเฉพาะ จึงได้สมัครเข้ากลุ่ม Line ดังกล่าว พร้อมทั้งวางแผนและติดต่อขอใช้บริการหญิงต่างด้าว จำนวน 2 คน ก่อนนัดพบและแสดงตัวจับกุมดังกล่าว

Advertisement

พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2563 เวลาประมาณ 15.30 น.จนท.ชุดสืบสวน ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ได้นัดหมายพื่อขอใช้บริการหญิงต่างด้าว จำนวน 2 คน ที่โรงแรมนางแอ่นอินน์ รีสอร์ท ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมทั้งได้นำธนบัตรไปถ่ายเอกสารพร้อมลงประจำวันเพื่อทำการล่อซื้อ โดยได้ไปเปิดห้องพักชั่วคราวโรงแรมนางแอ่นอินน์ รีสอร์ท ห้องเลขที่ 203 และ 204 และให้สายลับรออยู่ภายในห้อง

โดยในเวลาต่อมาได้มี น.ส.พลอยไพริน ช่วงทิพย์ นำหญิงต่างด้าวคนแรกมาเพื่อให้บริการฯ โดยพาเข้าไปที่ห้องพักเลขที่ 203 และนายยศพนต์ พิพัฒน์สัตยา นำหญิงต่างด้าวคนที่สอง มาเพื่อให้บริการฯ โดยพาเข้าไปที่ห้องพักเลขที่ 204 โดยสายลับที่รออยู่ภายในห้อง ได้ชำระเงิน 1,700 บาท และ 1,600 บาท ให้แก่หญิงต่างด้าวเป็นค่าบริการ โดยที่หญิงต่างด้าวรับเงินเก็บไว้ในกระเป๋าสะพาย และพร้อมที่จะให้บริการทางเพศ สายลับจึงส่งสัญญานให้ จนท.ชุดสืบสวนฯ ที่ดักซุ่มอยู่บริเวณใกล้เคียง ได้แสดงตัวและร่วมกันจับกุม Miss. Dam Vilaiphone (ดาม วิไลพร) พร้อมพวกรวม 4 คน และของกลาง ได้แก่เงินสด, ถุงยางอนามัย, โทรศัพท์มือถือ, เจลหล่อลื่น และของกลางอื่น ๆ อีกหลายรายการ

Advertisement

โดยกล่าวหา ผู้ต้องหาที่ 1 Miss. Dam Vilaiphone (ดาม วิไลพร) และผู้ต้องหาที่ 2 Miss. Tadam Douangdala (ทาดาม ดวงดารา) สัญชาติลาว ว่า “”เข้าติดต่อ ชักชวน แนะนำตัว ติดตาม หรือรบเร้าบุคคลตามถนนหรือสาธารณะสถานหรือกระทำการในที่อื่น เพื่อการค้าประเวณีอันเป็นการเปิดเผยและน่าอับอายหรือเป็นที่เดือดร้อนแก่สาธารณะชน”

ส่วนผู้ต้องหาที่ 3 นางสาวพลอยไพริน ข่วงทิพย์ และ ผู้ต้องหาที่ 4 นาย ยศพนต์ พิพัฒน์สัตยา สัญชาติไทย ซึ่งเป็นผู้นำพาหญิงต่างด้าวมาขายบริการ ถูกแจ้งข้อหา “เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น รับตัวบุคคลซึ่งมีผู้จัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม” ทั้งนี้ผู้ต้องหาที่ 1-3 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนผู้ต้องหาที่ 4 ให้การปฏิเสธฯ จึงได้นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่าการจับกุมในครั้งนี้เป็นการดำเนินการตามนโยบายอง พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัด ดำเนินการสืบสวน ปราบปราม และเข้มงวดกวดขัน จับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามากระทำผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในการค้าประเวณีผ่านทางแอปพลิเคชั่น Line ถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายอีกรูปแบบหนึ่งที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงตามเทคโนโลยีสื่อสารที่ทันสมัย เปลี่ยนก้าวข้ามเข้าสู่ยุคสังคมออนไลน์ ทำให้การซื้อขายบริการทางเพศมีความสะดวก ทำได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งกระทบถึงภาพลักษณ์และความมั่นคงของประเทศ พร้อมทั้งได้กำชับให้ดำเนินการสืบสวน จับกุมอย่างต่อเนื่องเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป หากประชาชนพบเห็น หรือต้องการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดในพื้นที่ จว.สุราษฎร์ธานีให้แจ้งได้ที่ สายด่วน สตม. 1178 หรือที่ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ทุกจุด

Advertisement

ที่มาและขอบคุณ สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ