แพรว คณิตกุล พูดในรายการคลับฟรายเดย์

แพรว คณิตกุล เปิดใจเหตุผลที่ต้องเลิก ฟรอยด์ ปมใหญ่จากรถชน เคยเป็นอดีตคู่รักที่หลายคนชื่นชอบมาก สำหรับ แพรว คณิตกุล กับ ฟรอยด์ ณัฏฐ์พงษ์ แต่สุดท้ายมีเหตุที่ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจเลิกกัน แต่ถึงแม้จะเลิกกันไปก็ยังมีความรัก ความหวังดีแบบเพื่อนให้กันเหมือนเดิม ล่าสุดในรายการ คลับฟรายเดย์ ทาง GMM25 แพรว ได้มาเปิดใจเล่าสาเหตุที่ต้องเลิกกับ ฟรอยด์ ทั้งๆ ที่รักที่ผ่านมานั้นมันดี ถึงขั้นเคยคิดแต่งงาน


เรื่องหัวใจเป็นยังไงบ้าง? “เรื่องหัวใจยังโสดอยู่ค่ะ เพราะไม่รู้ว่าจะไปแนวไหนยังไง หัวใจยังเข้มแข็งค่ะ ไม่ได้เป็นอะไรถึงขั้นที่ต้องเสียใจหรืออะไร” ย้อนเล่าเรื่องความรักกับ ฟรอยด์? “ของฟรอยด์เราเคยเจอกันมาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะมาเป็นแฟนกันเพราะว่าทำงานด้วยกัน

Advertisement

แล้วรู้สึกว่าทำไมคนนี้ไฮเปอร์จัง แต่เค้าทำงานดีนะ ดูลุย ตอนนี้เรามีแฟนเลยไม่ได้คุยอะไรเค้ามาก พอหลังจากเราโสดเราก็จะไปกินข้าวกับเค้าได้ เค้าดูเริ่มนิ่งขึ้น สงบขึ้น เลิกปาร์ตี้ สังสรรค์แล้ว ช่วงโปรโมชั่นที่คบกันแรกๆ หนูเหนื่อยมาก

เพราะเค้าจะมาปลุกตั้งแต่ 6 โมงเช้า พอหมดโปรโมชั่นหนูสบายมากเลย เพราะเค้าจะมาตอน 8 โมงเช้า 5 ปีเป็นยังไงก็เป็นงั้น เค้าจะเป็นคนที่ไม่ค่อยโกรธนาน แต่เค้าจะรู้ตัวเองว่าอันนี้ทำแล้วมันไม่เวิร์กเค้าก็จะเปลี่ยนตัวเองใหม่ เราก็จะไม่มานั่งขยี้เรื่องเก่า”

Advertisement

ความต่าง? “ต่างในหลายๆ เรื่อง ความไฮเปอร์ยังมี เรื่องกิจกรรมเค้าจะเอ็กซ์ตรีมมากกว่าแพรว แต่แพรวสามารถไปกับเค้าได้หมดเลย ทั้งเดินป่า กางเต้นท์ ฟรอยด์เค้าจะเป็นคนทำงานหนักดูแลครอบครัว นั่นคือจุดที่ดีของเค้าที่เราคบกันมาได้ยาวๆ เค้ารักครอบครัว รักแม่ ไม่ได้เป็นคนที่แย่ ในหลายๆ เรื่องทำให้เรามองข้ามไปได้ คือตอนที่เค้าไปปั่นจักรยาน

แพรวก็ไปซื้อจักรยานเพื่อไปปั่นกับเค้า และจองทริปไปปั่นด้วยกันที่ต่างประเทศ แต่พอเค้าข้ามขั้นซื้อเสือหมอบขั้นสุดราคาเป็นแสน ซึ่งเราก็ไม่สามารถทำได้ ฟรอยด์เค้าจะเป็นคนตื่นเช้าลุกไปปั่นจักรยานตั้งแต่ตี 5 แต่ถ้าวันไหนมีงาน 10 โมง ก็จะตื่นเช้ากว่านั้นเพื่อไปปั่นรอบสุวรรณภูมิ

ซึ่งแพรวไม่สามารถทำแบบนั้นได้ แล้วก็สามารถไปถ่ายรายการยัน 4 ทุ่มได้ พอเค้าหมดแรงหลับ ก็จะไม่สามารถปลุกได้เลย อย่างถ้าแพรวรถชนหรืออะไรก็ตาม ก็ต้องโทรไปหาพี่เค้าให้ไปปลุกน้อง ถึงจะได้คุยกับฟรอยด์

เห็นว่าถึงขั้นไปปรึกษากับแม่ของฟรอยด์? “คือบ้านแพรวจะถูกสอนมาว่า ถ้าพ่อแม่โทรมาแล้วไม่ได้รับต้องรีบโทรกลับเผื่อมีอะไรฉุกเฉิน แต่บ้านเค้า เค้าโตมาในบ้านที่ผู้หญิงแข็งแกร่ง บ้านมีแต่ผู้หญิง ถ้าแม่ไม่สบายหรือเป็นอะไรก็จะไปหาหมอเองได้ เพราะฉะนั้นถ้าจะให้เค้ามาถามว่า เป็นยังไงกินยารึยัง สำหรับเค้ามันไม่คุ้นชินกับเรื่องราวแบบนี้ เราเลยเข้าใจ เพราะบางอย่างเรารับรู้ข้อมูลจากแม่มา เลยทำให้เราคบเค้าได้ยาว”

ดูเหมือนเราชิล เราเข้าใจเค้าไปหมดเลย? “มันมีในช่วงเวลาที่เรางอน เราไม่เข้าใจก่อนที่เราจะไปคุยกับแม่ว่าเป็นยังไง จนมาเข้าใจว่าเค้าเป็นแบบนี้ เติบโตมาในบ้านที่แข็งแกร่ง” เคยทะเลาะกันแรงมั้ย? “ไม่ค่อยค่ะ เพราะบางทีแพรวก็เงียบ บางทีฟรอยด์ก็เงียบ แต่วันรุ่งขึ้นฟรอยด์โผล่มาแล้วไง และฟรอยด์จะไม่ค่อยหายไปเกิน 2 วัน มันก็เลยไม่มีอะไรที่รุนแรงมาก ก็ต้องขอบคุณเค้าด้วยนะ ไม่ว่าจะผิดหรือไม่ผิดก็ตามเค้าก็มาแล้วบอกว่าเค้าอยู่นี่”

ตอนที่จีบกันใครออกตัวแรงกว่า? “ฟรอยด์ค่ะ เค้ามองว่าเค้าเป็นผู้ชายจะต้องมาเทคแคร์ผู้หญิง แต่เห็นเค้าแบบนี้เค้าคิดเยอะเหมือนกันเค้าไม่มาคนเดียวเค้าลากเพื่อนมาด้วย”

Advertisement

ทำไมเค้าทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเวลาทะเลาะกัน ทำไมไม่เอ่ยปากขอโทษ? “คืออันนี้เราก็คุยกันว่าช่วยใส่ใจเราหน่อย เวลาเราไม่สบายหรืออุบัติเหตุช่วยใส่ใจเราเยอะๆ หน่อย เรื่องนี้เราคุย แต่ถ้าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ผ่านมา อันนี้เราโอเค แต่ถ้าเรื่องไหนเราคุยซ้ำๆ เดิมๆ เราก็จะไม่ชอบแล้ว ไม่อยากให้ตัวเองมีอารมณ์นั้น บางที 1 อาทิตย์เราเจอกัน 1 ครั้ง หรือ 2 อาทิตย์ 2 ครั้ง แพรวโอเคนะ อยู่ได้

แต่ถ้าเรารถชนหรืออุบัติเหตุก็อยากให้เค้ามา มีครั้งหนึ่ง น้ำมันท่วมเข้ารถเรา เราก็โทรหาประกันและหาเค้า เค้าก็งัวเงียตื่นมารับสาย แล้วบอกว่า อยากให้ไปมั้ย เราก็ ฮึ ซึ่งเรารู้สึกว่า อันนี้เราต้องการเค้า เค้าควรเสนอตัวมาเลย แต่ถ้ารถชนต่างจังหวัดไม่ต้องมาแค่ถือสายคุยกับเราก็พอ ซึ่งอันนี้เราก็เข้าใจเค้าอีกเพราะว่า เค้าต้องตื่นแต่เช้าไปเรียนดำน้ำเพื่อถ่ายละคร คือเรารถชนอยู่พัทยา ไปถ่ายหนังกลับมาก็เที่ยงคืนแล้ว

แต่เราก็เข้าใจเค้าเพราะเค้ากำลังนอนใช้พลังมาทั้งวัน จะให้เค้าขับรถมาก็ไม่ได้มั้ง แค่อยากให้อยู่เป็นเพื่อนด้วยในสายโทรศัพท์ แต่สุดท้ายก็ให้วางหูไปเพราะเข้าใจที่ต้องตื่นไปทำงานแต่เช้า ตัวแพรวเองก็ได้แต่ไลน์ไป จากเหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นหลายครั้ง และแพรวก็เป็นคนที่ไม่ชอบพูดอะไรแบบนี้ซ้ำๆ ไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปโมโหอะไรแบบนี้”

มีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้เราระเบิดออกมา? “ทุกอย่างของแพรวจะไม่ค่อยระเบิด แต่จะค่อยๆ ออกมา เราจะไม่ค่อยทะเลาะกันในโทรศัพท์แต่จะคุยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ไปเรื่อยๆ ตามสูตร เค้าจะไม่พูดอะไรเลยฟังอย่างเดียว”

เหมือนเข้าใจทุกสิ่ง แต่ยอมรับไม่ได้สักอย่าง? “คือได้บางอย่าง จะมานั่งโทษเค้าอย่างเดียวไม่ได้ ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เค้าอย่างเดียว มันอยู่ที่เราด้วยว่าไหวมั้ย แบบนี้โอเคมั้ย อยากให้สถานการณ์แบบนี้อยู่ต่อมั้ย เราจะไม่เอาอายุมาเป็นตัวกดดันว่าต้องเลือก”

Advertisement

แพรวกับฟรอยด์อายุห่างกันมากมั้ย? “4 ปีค่ะ” ปัญหาหลักๆ ที่ทำให้ไปต่อไม่ได้คืออะไร? “มันไม่มี แต่เป็นปัญหาที่รวมกันหลายเรื่องซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ คนอาจจะมองว่าเราทั้งคู่เป็นคนลุย แต่มันมีมากกว่านั้น เช่น ภาษารัก การกอด การสัมผัส คำพูดดีๆ เราแตกต่างกันตรงจุดนี้ ฟรอยด์จะเป็นคำพูดดีๆ แต่สำหรับแพรวก็จะพูดไปด้วยสัมผัสไปด้วย กอดไปด้วย ภาษารักเราคนละแบบกัน สำหรับแพรวแค่คำพูดมันไม่ได้ เราต้องการการแสดงออก การกอด การปลอบใจ การวิ่งมาหา ณ เวลานั้น ภาษารักเราไม่ตรงกัน”

เคยคุยกันเรื่องจุดหมายปลายทางมั้ย? “ไม่เคยคุยในเรื่องอนาคตเรื่องลูกค่ะ แต่เรื่องแต่งงานมีบ้าง แต่ของฟรอยด์เค้าจะไม่ค่อยนิ่งค่ะ เค้าจะเป็นคนเริ่มคุยก่อน” เคยแยกกันเพื่ออะไรจะดีขึ้น? “แพรวเลือกคุยในวันที่ครบรอบเผื่ออะไรจะดีขึ้น จะปรับเปลี่ยนได้มั้ยหรือเข้าใจได้มั้ย แต่แพรวเคยเห็นบางคู่ที่แยกกัน 3 เดือนว่าจะเป็นยังไงพอกลับมา แต่ฟรอยด์บอกว่าไม่เอาหรอก งั้นเลิกไปเลยถ้า 3 เดือน

เคยคุยกันเรื่องจุดหมายปลายทางมั้ย? “ไม่เคยคุยในเรื่องอนาคตเรื่องลูกค่ะ แต่เรื่องแต่งงานมีบ้าง แต่ของฟรอยด์เค้าจะไม่ค่อยนิ่งค่ะ เค้าจะเป็นคนเริ่มคุยก่อน” เคยแยกกันเพื่ออะไรจะดีขึ้น? “แพรวเลือกคุยในวันที่ครบรอบเผื่ออะไรจะดีขึ้น จะปรับเปลี่ยนได้มั้ยหรือเข้าใจได้มั้ย แต่แพรวเคยเห็นบางคู่ที่แยกกัน 3 เดือนว่าจะเป็นยังไงพอกลับมา แต่ฟรอยด์บอกว่าไม่เอาหรอก งั้นเลิกไปเลยถ้า 3 เดือน

แต่ทีนี้พอหลังจากนั้นเค้าก็อยากลอง 3 เดือน เราเลยรู้สึกว่ามันไม่มีประโยชน์หรอกกับความเป็นเค้า ซึ่งเราโอเคกับแค่บางอย่าง ถามว่าทำไมเพิ่งรู้หลังจากคบ 5 ปี แน่นอนว่ากว่าเราจะรู้ภาษาของแต่ละคนลึกซึ้งมันต้องผ่านเหตุการณ์อะไรมาแล้ว ก็เลยไม่ได้ใช้วิธีห่างกันสักพักเพราะมันไม่มีประโยชน์”

Advertisement

ใครเป็นคนบอกเลิก? “แพรวรู้สึกว่ามันไม่ได้เป็นจุดที่สำคัญระหว่างแพรวกับฟรอยด์ สำคัญคือเค้าเข้าใจในจุดที่แพรวพูด และเราก็เข้าใจในความเป็นเค้า ก็เลยมานั่งคุยกันว่า ถ้าอย่างนั้นเรายังมีสิ่งดีๆ ให้กันอยู่ ดีกว่าหมดรักกันไปแล้ว อันนี้มันเลยเป็นสิ่งที่แพรวตัดสินใจมาสักพักแล้ว”

เค้าได้ขอโอกาสเรามั้ย? “บางทีแพรวก็รู้สึกว่าหรือเค้าโอเคแล้ว แต่หลังๆ ก็เริ่มรู้สึกว่าดีแล้วที่เป็นแบบนี้ ก็มาดูเองปกติ พอเลิกแล้วมันก็ไม่ได้ต่างมากเพราะเราก็ดูแลตัวเองเหมือนเดิม”

พอเลิกแล้วไม่ได้รู้สึกเปลี่ยนไปเหรอ? “ก็มีบ้างค่ะ ที่คบกันมาเราก็ได้รับข้อความทุกวัน พอมาตอนนี้ไม่มีแล้ว แต่เราก็เข้าใจในแบบเค้า คือเรามองถึงอนาคตครอบครัว ซึ่งเรารู้แล้วว่าเราได้คำตอบที่เป็นยังไง มีภาษารักที่ค่อนข้างตรงกัน มันไม่ผิดและไม่ใช่เรื่องเสียหายที่แต่ละคนมีไม่ตรงกัน เราเข้าใจในมุมเค้าและสิ่งที่เค้าเป็น เค้าเป็นให้เราได้แค่นี้ คำตอบมันชัดอยู่แล้ว”

มันปรับไม่ได้เลยเหรอภาษารัก? “ยากค่ะ แต่ถ้ามันมาปรับก็ไม่รู้สึกไปแล้ว เรารู้สึกว่าค่อยๆ ลดไปตามกาลเวลา บางทีการที่เราห่างกันมาก เจอกันน้อยก็เลยทำให้เราอยู่คนเดียวได้”

มีไหมที่เค้าพยายามปรับในสิ่งที่เค้าไม่เคยทำ? “เลี้ยงแมวค่ะ เค้าไม่เคยเลี้ยงเลย แต่แพรวเลี้ยง เค้าเองตอนแรกไม่ชอบแมวเลย พอมาเจอแมวเราก็พยายามพาไปหาหมอ เล่นด้วย เลยรู้สึกว่านี่คือสิ่งที่เค้าพยายามจะปรับ ซึ่งกลายเป็นว่าเป็นสิ่งที่เค้าชอบมากกว่าแพรวอีก และอ่อนโยนขึ้นด้วย”

จะมีโอกาสกลับมามั้ย? “ยากมากเลย เพราะเป็นเรื่องของอนาคต ซึ่งแพรวเป็นคนตัดสินใจแล้ว” ฟรอยด์เคยบอกว่ายังรักอยู่แต่ไม่ต้องครอบครอง? “เช่นกันค่ะ เรามองเห็นว่าเค้ามีความสุขแบบไหนในการใช้ชีวิต” อยากบอกอะไรกับเค้า? “อยากขอบคุณเค้า ไม่ว่าไปเจออะไรก็ตามพอมาเจอเค้าก็ยังรู้สึกมีรักดีๆ อยู่ สิ่งที่ฟรอยด์มีให้แพรวเป็นสิ่งที่เค้าตั้งใจเต็มที่แล้ว ถ้ามันไม่ประสบความสำเร็จในความรักครั้งนี้ มันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย แต่ยังดีที่เค้ายังเป็นเพื่อนกับแพรวได้ต่อ ขอบคุณมากสำหรับตรงนี้ในมิตรภาพที่มี”

Advertisement